tawatchai's profileแสนผา's spacePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
October 02 Cosmo memory Chapter 2 : นอกสายตาณ โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งตอนเย็นหลังเลิกเรียน "พวกเราไม่ให้นายเล่นหรอก นายอ่อนแอ" เสียงเด็กชายคนหนึ่งในกลุ่มออกปากไล่เด็กผู้ชายคนหนึ่งออกจาสนามกีฬา เด็กชายคนนั้นเดินออกไปนั่งดูข้างสนามนั่งดูเด็กกลุ่มนั่นเล่นฟุตบอลไปเรื่อยๆ "อ้าวกานต์ทำไมมานั่งอยู่นี่ไม่เล่นบอลหรอ" เด็กชายอีกคนหนึ่งเดินมาด้านข้าง กานต์ยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย "อ้าวเงาะมาแล้วหรอ ไม่ดีกว่าเราชอบนั่งดูมากกว่า นายไปเล่นซิเราจะนั่งดู" กานต์ตอบ แล้วเงาะก็วิ่งลงสนามไปเล่นบอลกับเด็กๆ กลุ่มที่ไล่กานต์ออกมา ส่วนกานต์ก็นั่งดูเงาะเล่นบอลไป......... 2 เดือนต่อมาก่อนสอบไล่ ที่หน้าบ้านเงาะ กานต์มายืนอยู่แล้วกดอ๊อดเรียก "อ้าวกานต์มายังไงลูก" เสียงหญิงเจ้าของบ้านทักอย่างประหลาดใจ "สวัสดีครับคุณน้า" กานต์ยกมือไหว้อย่างเรียบร้อย "คุณพ่อมาส่งครับ ผมมาหาเงาะเพื่อทำรายงานครับ" กานต์ตอบ หญิงเจ้าของบ้านจึงหันหน้าเข้าบ้าน "เงาะๆ เพื่อนมาหาน่ะลูก" เสียงผู้เป็นแม่เรียกลูกชาย "เข้ามาในบ้านก่อนซิจ๊ะกานต์" แล้วทั้ง 2 ก็เดินเข้ามาในบ้าน "กานต์รออยู่นี่นะเดี๋ยวเงาะก็ลงมา" หญิงผู้เป็นแม่ของเงาะบอก "ครับผม" กานต์รับคำแล้วนั่งอย่างสงบที่เก้าอี้ในห้องรับแขก "อ้าวกานต์เองหรอ เรานึกว่าอ้นมาซะอีก" เสียงเงาะพูดอย่างประหลาดใจ กานต์ยิ้มที่มุมปากนิดหน่อย "อืมเรามาขอดูรูปแบบรายงานของนายหน่อยนะ" กานต์พูดเสียงเรียบแล้วทั้งสองก็ทำรายงานด้วยกัน........ 4 ปีต่อมา กานต์และเงาะเข้าม.ปลายคนละโรงเรียนทั้ง 2 จะเจอกันตอนเรียน รด. แต่ก็เจอเพียงผ่านๆ เท่านั้น ทุกๆ ครั้งที่กานต์เห็นเงาะกานต์จะเพียงมองเงาะเท่านั้นไม่ว่าเงาะจะเห็นเขาหรือไม่ก็ตามแล้วก็จะยิ้มที่มุมปากเท่านั้น "เฮ้ย! กานต์นายยิ้มอะไรของนายว่ะ" เพื่อนในกลุ่มของกานต์ถาม กานต์หันมามองเพื่อนคนที่ถามแล้วยิ้มที่มุมปากนิดหนึ่ง "เปล่าไม่มีอะไรหรอกไปกันเถอะ" กานต์พูดแล้วเดินนำไปก่อนทำเอาคนตั้งคำถามงงกับอาการของเพื่อน......... 1 ปีต่อมาเงาะสอบเขาโรงเรียนนายร้อยได้ จึงทำให้กานต์ไม่ได้เจอเงาะอีกในตอนที่เรียน รด. "ขอโทษนะครับ" กานต์ถามเพื่อนรด.ที่อยู่โรงเรียนเดียวกับเงาะ "วันนี้เงาะไม่มาเรียน รด.หรือครับ" กานต์ถามเสียงราบเรียบ "เงาะสอบติดโรงเรียนนายร้อยไปแล้วครับ" เสียงตอบจากคนหนึ่งในกลุ่มนั้น กานต์ได้ฟังคำตอบก็ยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย "ขอบคุณครับ" กานต์กล่าวขอบคุณแล้วเดินจากไป.......... 3 ปีต่อมากานต์อยู่ชั้นปี 3 ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งกำลังคุยกับรุ่นน้องอยู่ "ส้มมีเพื่อนเรียนโรงเรียนนายร้อยด้วยหรอ" กานต์ถาม "ค่ะพี่" ส้มตอบ "งั้นส้มช่วยถามหาเพื่อนพี่คนหนึ่งให้หน่อยได้ไหม" กานต์พูดเสียงราบเรียบสีหน้าไม่ได้แสดงอารมณ์อะไร "ได้ซิค่ะ เพื่อนพี่กานต์ชื่ออะไรบอกส้มเดี๋ยวจะจัดการให้" ส้มตอบเสียงแจ่ม กานต์ยิ้มเล็กน้อยที่มุมปากแล้วเขียนชื่อ-นามสกุลของเงาะใส่กระดาษให้ส้ม 2 วันต่อมา "พี่กานต์เพื่อนพี่กานต์น่ะสุดยอดเลยค่ะ" เสียงส้มตอบอย่างตื่นเต้น แต่สีหน้าของกานต์กลับไม่แสดงอาการอะไรออกมาเลย "ได้เรื่องยังไงบ้างล่ะ" กานต์ย้อนถาม "เพื่อนพี่กานต์คนนี้นะ เรียนก็เก่ง หล่อก็หล่อ นิสัยก็ดี แถมเป็นประธานรุ่นด้วย เฟอร์เฟคแมนจริงเลย" เสียงของส้มพูดอย่างตื่นเต้น "หรอ" กานต์พูดแค่นั้นแต่สีหน้าไม่ได้แสดงอาการอะไรเลย "ส้มช่วยเอาเบอร์โทรศัพท์ฝากไปให้เขาทีนะ บอกว่าเพื่อนชื่อกานต์ฝากมาให้" กานต์พูดแล้วยื่นกระดาษที่จดเบอร์โทรศัพท์ให้สาวรุ่นน้อง "ได้ค่ะพี่" ส้มรับกระดาษใบนั้นไป ส่วนกานต์ไม่พูดอะไรได้แต่ยิ้มมุมปากเล็กน้อยเท่านั้น แต่กานต์ก็ไม่ได้รับการติดต่อกลับมาเลย.......... 1 ปีต่อมาหลังจากเรียนจบกานต์ก็มีโอกาสไปงานเลี้ยงรุ่นโรงเรียนของญาติของตนที่มีอายุเท่ากัน ปรากฏว่าเขาได้พบกับรุ่นน้องของเงาะที่จบ รร.เดียวกับญาติของเขาที่งานเลี้ยงรุ่นนี้ด้วย "พี่เงาะหรือครับ ตอนนี้แกเป็นนักบินอยู่ที่กำแพงแสนแล้วครับ" เสียงเล่าเรื่องราวให้กานต์ฟัง กานต์นั่งฟังอย่างตั้งใจ ด้วยสีหน้าที่ปกติ แต่ก็ยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยโดยที่ไม่พูดอะไรอีก.............. 8 ปีต่อมา กานต์ทำงานและมีบ้านเป็นของตัวเอง วันหนึ่งน้องสาวลูกพี่ลูกน้องของกานต์ที่แต่งงานไปแล้วมาเยี่ยมที่บ้าน แฟนของน้องสาวคนนี้เป็นตำรวจซึ่งจบจากโรงเรียนนายร้อยมาและอายุมากกว่ากานต์ 1 ปี กานต์จึงเรียกเขาว่าพี่เพื่อให้เกียรติกันแม้ว่าจะมีศักดิ์เป็นน้องเขยก็ตาม ที่โต๊ะอาหารเย็นกานต์และแฟนน้องสาวลูกพี่ลูกน้องนั่งทานข้าวและดื่มเบียร์ไปแล้วก็พูดคุยกันไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง "พี่หนึ่งครับ พี่เข้าโรงเรียนนายร้อยปีไหนครับ" กานต์ถาม หนึ่งก็เล่าให้ฟังปรากฏว่าเขาสอบเข้าโรงเรียนเตรียมได้ตอนม.5 "งั้นหรือครับ งั้นพี่ก็ต้องรู้จักเพื่อนผมซิครับ" กานต์ถามต่อ "เพื่อนกานต์ชื่ออะไรล่ะ" หนึ่งถามกลับ กานต์จึงบอกชื่อของเงาะให้หนึ่งฟัง "พี่เงาะหรอ พี่รู้จักเขาดังในรุ่นมากนะเพราะเขาเรียนเก่ง นิสัยดี เป็นประธานรุ่นด้วย" หนึ่งเล่าให้กานต์ฟัง กานต์ก็ตั้งใจฟังด้วยสีหน้าที่ราบเรียบมีเพียงรอยยิ้มที่มุมปากของเขาเท่านั้นที่ยกขึ้นเล็กน้อย "ถ้าเกิดว่าพี่หนึ่งเลี้ยงรุ่นแล้วเจอเขาก็ฝากความคิดถึง ถึงเงาะด้วยนะครับ" กานต์พูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติ ในที่สุดหัวข้อสนทนาก็เปลี่ยนไปเป็นเรื่องอื่น ซึ่งจริงๆ แล้วกานต์ก็คิดว่าสิ่งที่เขาได้ส่งไปนั่นก็คงไม่ได้รับการตอบสนองจากคนๆ นั้นอยู่ดี แต่เขาก็มีความสุขที่ได้ แม้แค่เพียงรับรู้ความเป็นไปของคนๆ หนึ่งที่เขารัก..........
อยู่นอกสายตาของเธอตั้งไกลฉันนั้นก็ทำได้แค่มองจากตรงนี้ แต่ฉันยังรอสักวันเธอหันมองผ่านตรงนี้ แค่สักวินาทีเธอเห็นฉันคนนี้ในสายตา September 14 Cosmo memory Chepter1: จากคนอื่นคนไกลค่ำคืนอันหนาวเหน็บชายคนหนึ่งเดินอยู่ตามทาง สายตาฉายแววของความเหงาออกมาอย่างชัดเจน
เขาเดินมาตามทางที่มืดมนและเดียวดายอยู่ได้ระยะหนึ่งก็พบทางแยกที่มีมุมมืดอยู่มุมหนึ่ง
เขามองเข้าไปในมุมมืดนั้น พบว่าภายในมีร่างของชายอีกคนหนึ่งยืนนิ่งอยู่ภายในมุมมืดนั้น
เขารู้สึกว่าชายคนนั้นก็เหมือนเขาที่เดินมาในทางที่มืดมิด หนาวเหน็บและเดียวดาย เช่นเดียวกับเขา
"สวัสดีครับ" เขาทัก
"สวัสดีครับ" ชายในมุมมืดตอบ
"ผมชื่อ เมษ ครับ" เขาแนะนำตัว
"ผม นนท์ ครับ" ชายในมุมมืดแนะนำตัวกลับ
"ทำไมมายืนตรงที่มืดๆ ตรงนี้คนเดียวล่ะครับ" เมษถาม
"ผมกำลังจะกลับบ้านเดินมาไกลเลยมายืนพักเหนื่อยครับ" นนท์ตอบ
"แล้วคุณล่ะ ทำไมเดินมาทางมืดๆ แบบนี้ล่ะครับ
"ผมก็กำลังจะกลับบ้านเหมือนกัน" เมษตอบ
"งั้นเราเดินไปด้วยกันไหมครับ" เมษตัดสินใจชวนจะได้หาเพื่อนเดินไปด้วยกัน
นนท์นิ่งอย่างใช้ความคิดไปสักครู่ "ก็ดีเหมือนกันครับ ดีกว่าเดินคนเดียว" นนท์ตอบแล้วยิ้มแต่ก็ไม่สามารถกลบร่องรอยแห่งความเดียวดายไปได้
แล้วทั้ง 2 ก็ออกเดินไปด้วยกันต่างคนต่างก็แนะนำตัวเองให้รู้จักกันมากขึ้นระหว่างที่เดินไปด้วยกัน
ซึ่งปรากฎว่า เมษนั้นอายุมากกว่านนท์ 7 ปี นนท์จึงเรียกเขาว่าพี่ นนท์บอกว่าเขากำลังเรียนปีสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยเปิดแห่งหนึ่ง
เมื่อเดินมาสักระยะก็พบบ้านหลังใหญ่ด้านข้างทางทั้ง 2ก็หยุด
"ขอบคุณครับพี่ที่เดินมาเป็นเพื่อนผม" นนท์พูดพร้อมมองหน้าเมษ
"ไม่เป็นไรครับ ทางผ่านของพี่อยู่แล้ว" เมษตอบพร้อมมองหน้าเขา
แล้วนนท์ก็เปิดประตูบ้านกำลังจะเดินเข้าบ้าน "นนท์ครับ" เมษเรียกตามหลัง
นนท์หยุดแล้วหันกลับมา "ครับ พี่เมษ" เขาขานรับ
"พรุ่งนี้จะผ่านทางนี้อีกไหมครับ" เมษถาม
"ผมเดินผ่านทางนี้ทุกวันครับพี่ ทำไมหรือครับ" นนท์ตอบพร้อมถามกลับ
เมษยิ้มที่มุมปากนิดหนึ่ง "งั้นพี่จะมาเดินเป็นเพื่อนอีกนะครับ" เมษบอก
"ได้ครับพี่ พรุ่งนี้ผมจะรอพี่ที่เดินแล้วกัน...รอจนกว่าพี่จะมา...ครับ" นนท์ตอบ
แล้วเมษก็เดินไปตามทางต่อจนถึงบ้านของเขา
ตอนค่ำเวลาเดินวันถัดมาทั้ง 2 ก็เดินกลับด้วยกันอีกแล้วทั้ง 2 ก็ทำความรู้จักกันเพิ่มขึ้น
แต่เมษกลับไม่รู้สึกว่าเขารู้จักนนท์เลย เพราะเขารู้สึกว่านนท์ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาแนะนำตัวเลย
ทั้งคำพูดและการตอบอะไรต่างๆ ที่เขาถามไปและนนท์ตอบกลับมันกลับทำให้เมษรู้สึกว่าไม่ใช่
แต่เขาก็เก็บเอาไว้เพราะคิดว่าวันหนึ่งถ้านนท์สะดวกใจที่จะบอกเขาก็คงจะบอกเอง
เมื่อเวลาผ่านเลยมาไม่นาน ที่หน้าบ้านของนนท์ "พี่เมษครับ" นนท์เรียกด้วยน้ำเสียงที่ไม่สู้ดีนัก
"ครับ" เมษขานรับพร้อมหันมามอง
"อีก 1 เดือนผมจะสอบไฟนอลแล้ว..." นนท์เริ่ม
เมษเงียบฟังอย่างตั้งใจ "ที่บ้านจะให้ผมไปอยู่บ้านยายที่ต่างจังหวัดเพื่อจะได้อ่านหนังสือให้เต็มที่" นนท์พูดพร้อมทำหน้าเศร้า
เมษยิ้มอย่างเข้าใจแล้วเดินเข้าไปใกล้นนท์เอามือจับบ่าเขา "ก็ดีแล้วนี่ เราจะได้ผ่านและเรียนจบไง" เมษพูดพร้อมยิ้มแต่ในใจก็รู้สึกหวิวๆ
"ครับ" นนท์รับคำหน้าเศร้าๆ
"ไปเมื่อไรเหรอ" เมษถาม
"พรุ่งนี้ครับ" นนท์ตอบเบาๆ
เมษนิ่งไปครู่หนึ่ง "ไม่เป็นไรหรอก ยังไงสอบเสร็จเราก็จะกลับมาอยู่ดีไม่ใช่หรอ" เมษถามนำให้นนท์สบายใจ
แต่ดูเหมือนว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรนนท์เลย "ไม่รู้ครับ ว่าจะเป็นแบบนั้นไหม" นนท์ตอบ
เมษอึ้งไปนิด "ไม่เป็นไรหรอก กลับมาเมื่อไรก็ติดต่อมาได้นี่ ยังไงพี่ก็ยังเดินทางนี้อยู่ทุกวันอยู่แล้ว อย่าคิดมากเลย" เมษพยายามใจเย็นพูด
"ครับพี่ ถ้าเป็นไปได้ผมไม่อยากเป็นแบบนี้เลย" นนท์พูด ทำให้เมษสงสัย
"ทำไมเหรอ นนท์เป็นอะไรเหรอ" เมษย้อนถาม
นนท์เงียบมองหน้าเมษครู่หนึ่ง "ไม่มีอะไรครับพี่เมษ เอาไว้นนท์จะติดต่อไปหาพี่เมษเรื่อยๆ นะครับ" นนท์ตอบแล้วหันหลังจะเดินเข้าบ้าน
เมษก็หันหลังจะเดินกลับบ้าน
"พี่เมษครับ" เสียงนนท์เรียกทำให้เมษหันกลับมา ปรากฎว่านนท์วิ่งเข้ามากอดเมษ "ผมรักพี่ครับ" นนท์พูดพร้อมร้องไห้ออกมา
เมษมองนนท์ด้วยสายตาอ่อนโยนแล้วกอดนนท์ตอบ "พี่ก็รักนนท์เหมือนกัน" เขาพูดอย่างเจ็บปวด
หลังจากวันนั้นเมษก็เดินทางนั้นกลับบ้านคนเดียวเหมือนเดิม แต่ทุกวันนนท์จะติดต่อกลับมาตลอดตามที่บอกไว้
แต่นับจากวันนั้นเมษก็ไม่ได้พบหน้านนท์อีกเลย เเม้ว่าเขาจะรู้ว่านนท์กลับมาแต่นนท์ก็หลบเลี่ยงที่จะเจอกับเขาตลอด
จนวันเวลาผ่านไปเนิ่นนาน เขาและนนท์ก็ได้แต่คุยกันทางโทรศัพท์เท่านั้น
จนวันหนึ่งเมษเองก็อดทนกับความเป็นไปแบบนี้ไม่ได้และต้องการเคลียร์ทุกอย่างให้เข้าใจ
"นนท์เราก็รู้จักกันมานานมากแล้วใช่ไหม" เมษเริ่มระหว่างที่คุยกับนนท์ทางโทรศัพท์
"ครับ นนท์ทราบครับ" นนท์ตอบ
"แต่พี่กลับรู้สึกว่าพี่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับนนท์เลย" เมษพูดต่อ
"ทำไมพี่เมษพูดแบบนี้ล่ะครับ" นนท์ถามกลับ
"นนท์หนีพี่ หลบพี่" เมษเริ่มรุก
"ตอนนี้ผมคงบอกอะไรพี่เมษไม่ได้ นนท์เป็นคนไม่ดี แต่นนท์ก็รักพี่เมษ นนท์ไม่อยากเป็นแบบนี้เลย" นนท์เริ่มร้องไห้ทำให้เมษต้องอึ้งไปอีกและคิดในใจว่าเกิดอะไรขึ้น
"พี่เมษทำยังไงก็ได้ ให้นนท์รู้สึกว่าพี่เมษเกลียดนนท์ทีเถอะครับ" นนท์พูดอย่าขมขื่น
หลังจากการสนทนาครั้งนั้นทำให้เมษคิดว่าอยู่ตลอดเวลาว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเขาและนนท์จนวันหนึ่งนนท์ก็โทรกลับมาหาเขาอีก
"นนท์เป็นใครกันแน่ แล้วเกิดอะไรขึ้น นนท์บอกพี่เถอะ" เมษถามนนท์
นนท์เงียบไป "จริงๆ แล้วนนท์ไม่ได้เรียนหรอกครับพี่เมษ นนท์ทำงาแล้วเป็นหมอ" เพียงคำตอบแรกเมษก็รู้สึกเหมือนทุกอย่างเริ่มมากระจุกอยู่ที่ลำคอของตัวเอง
"ตอนนี้นนท์ทำผู้หญิงคนหนึ่งท้อง นนท์ต้องแต่งงานกับเขา นนท์เป็นคนไม่ดี พี่เมษเป็นคนดี พี่เมษเกลียดนนท์เถอะครับ" นนท์เล่าด้วยน้ำเสียงที่ขมขื่น
เมื่อเสียงเล่าของนนท์สิ้นสุดลง เมษก็สูดลมหายใจลึกๆ "นนท์เดินไปถูกทางแล้วล่ะ พี่ดีใจกับนนท์ด้วย ที่นนท์สามารถกลับไปในทิศทางเดิมได้" เมษเริ่มพูดด้วยน้ำเสียที่ปกติ
แต่ใจนั้นขมขื่นเพียงไดไม่มีสามารถจะประมาณมันได้
"พี่เมษด่านนท์เถอะครับ นนท์จะได้ไม่คิดถึงพี่อีก" นนท์พูดอีก
"นนท์พี่ทำไม่ได้หรอก พี่ไม่เคยทำแบบนั้นกับใครที่ไหน พี่ทำไม่เป็น นนท์อย่าคิดมากเลยนะ นนท์รักแฟนนนท์ให้มากๆ ลูกที่เกิดมาเขาจะได้อบอุ่น ทำหน้าที่ของพ่อให้ดี" เมษพูดแบบนั้นแม้ว่าน้ำตาจะไหลออกมา
"นนท์รักเขาให้มาก พี่เป็นเพียงคนอื่นคนไกล อย่าเอามาเป็นอารมณ์อะไรเลย อีกไม่นานพี่ก็จะหายไปจากความทรงจำของนนท์เอง แม้วันนี้เรา 2 คนจะเป็นอย่างที่เราอยากเป็นไม่ได้...แต่นนท์กับพี่ก็ยังเป็นพี่-น้องกันได้นะ" เมษพยายามบอก
"ครับพี่" นนท์คงตอบได้เพียงเท่านั้น
"นนท์ พี่รู้ว่าพี่คงไม่ได้เห็นนท์อีกแล้ว แต่นนท์จะได้เจอพี่อีกแน่นอนเมื่อถึงวันนั้น" เมษพูดอย่างมีความหมาย
"พี่เมษหมายความว่ายังไง" นนท์สงสัย
"แล้วเมื่อถึงเวลานนท์จะรู้เอง" เมษพูดเพียงเท่านั้น
หลังจากนั้นไม่นาน นนท์ก็ไม่สามารถติดต่อเมษได้อีก จนเวลาผ่านไปไม่นาน นนท์เขาไปหาเพื่อนที่เป็นอาจารย์สอนนักเรียนแพทย์ในห้อง LABกายวิภาคศาสตร์ ภายในห้องมีร่างของอาจารย์ใหญ่นอนอยู่บนเตียงอยู่ประมาณ 10 เตียงทุกเตียงมีผ้าคลุมตั้งแต่หัวจรดเท้า นนท์เดินเข้ามาแต่เพื่อนของเขาไม่ได้อยู่ในห้องนนท์จึงต้องรออยู่ก่อนเพราะเพื่อนเขาบอกเอาไว้
นนท์จึงเดินดูร่างอาจารญ์ใหญ่ไปเรื่อยๆ แล้วนึกถึงสมัยที่ตนเองเป็นนักศึกษาแพทย์ไปเรื่อยๆ เขาก็พบว่ามีอาจารย์ใหญ่ร่างหนึ่งมีมือโผล่ออกมานอกผ้าเขาจึงเดินไปเพื่อจะจัดให้เรียบร้อย
เมื่อนนท์เดินไปถึงก็จับมือของอาจารย์ใหญ่ที่ออกมาซึ่งที่ข้อมือจะมีป้ายชื่อของเจ้าของร่างนั้น เมื่อนนท์อ่านชื่อเจ้าของร่างนั้น ถึงกับทำให้ความทรงจำทุกอย่างที่เกี่ยวกับเมษไหลทะลักออกมาพร้อมกับน้ำตาของเขาหลังจากที่ลืมเลื่อนไปนาน "พี่รู้ว่าพี่คงไม่ได้เห็นหน้านนท์อีกแล้ว แต่นนท์จะได้เจอพี่อีกแน่นอน" คำพูดที่เมษเคยพูดไว้เมื่อนานมาแล้วซึ่งนนท์ไม่เคยเข้าใจมันเลยบัดนนี้ได้ถูกเฉลยแล้ว
บางทีถ้าเธอหันไป ทำดีกับเขาให้เพียงพอ
รักแท้ที่เธอเฝ้ารอมันคงไม่ใช่คนไกล |
|
|